All posts by easyuppo

มาตรฐานการป้องกัน IP Code

มาตรฐานการป้องกัน IP Code, International Protection Rating

IP Code ประกอบด้วยอักษรภาษาอังกฤษ คำว่า IP แล้วตามด้วยตัวเลขสองตัว และอาจมีตัวอักษรอังกฤษต่อพ่วงท้ายด้วยในบางครั้ง เป็นรหัสที่ถูกจัดลำดับตามความสามารถในการป้องกันต่อ การกัดกร่อนต่อวัสดุที่เป็นของแข็ง, ฝุ่น, การสัมผัสอย่างรุนแรง และน้ำ ที่มีต่อตัวป้องกันซึ่งบรรจุอุปกรณ์อิเล็คโทรนิคอยู่ภายใน (Electrical enclosure) มาตราฐานที่กำหนดมุ่งหวังที่จะให้ข้อมูลที่ละเอียดแก่ผู้ใช้งานอุปกรณ์ต่างๆมากกว่าการพิจาณาเฉพาะคำว่า “กันน้ำ” หรือ “Waterproof”

IP 66 คือ สามารถป้องกันฝุ่นได้และสามารถเปียกน้ำได้แต่ไม่นาน เช่น โดนฝน
IP 67 คือ สามารถป้องกันฝุ่นได้และสามารถจุ่มน้ำได้ที่ความลึกตั้งแต่ 15 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร

ตัวเลขตัวแรก กำหนดระดับของการป้องกันสิ่งที่เป็นอันตรายต่ออุปกรณ์หรือแผงวงจรอิเล็กโทรนิคที่อยู่ภายในตัวบรรจุภันท์ (enclosure) โดยเน้นการป้องกันของแข็งและฝุ่นละออง

0 = ไม่ป้องกันอะไรเลย
1 = สามารถป้องกันของแข็งที่มีขนาดไม่เกิน 50 มิลลิเมตร เช่น การเผลอไปจับตัวกล้องด้วยมือ
2 = สามารถป้องกันของแข็งที่มีขนาดไม่เกิน 12 มิลลิเมตร เช่น เผลอแตะด้วยนิ้ว
3 = สามารถป้องกันของแข็งที่มีตั้งแต่ 2.5 มิลลิเมตรขึ้นไป เช่น เครื่องมือ สายไฟ
4 = สามารถป้องกันของแข็งที่มีตั้งแต่ 1 มิลลิเมตรขึ้นไป เช่น เครื่องมือ สายไฟ และสายไฟขนาดเล็ก
5 = สามารถป้องกันฝุ่นได้ โดยฝุ่นสามารถผ่านได้บ้างเล็กน้อย
6 = สามารถป้องกันฝุ่นได้

ตัวเลขตัวที่สอง กำหนดระดับของการป้องกันสิ่งที่เป็นอันตรายต่ออุปกรณ์หรือแผงวงจรอิเล็กโทร นิคที่อยู่ภายในตัวบรรจุภันท์ (enclosure) โดยเน้นการป้องกันของเหลว

0 = ไม่ป้องกันอะไรเลย
1 = dripping water : สามารถป้องกันหยดน้ำที่ตกใส่ในแนวตั้งได้
2 = สามารถป้องกันน้ำที่ฉีดใส่ในระดับเอียง 15 องศาจากแนวตั้งได้
3 = spraying water : สามารถป้องกันน้ำที่ฉีดใส่ในระดับเอียง 60 องศาจากแนวตั้งได้
4 = splashing water : สามารถป้องกันละอองน้ำได้ในทุกด้านของอุปกรณ์ (โดยอนุญาติให้น้ำเข้าได้เล็กน้อย)
5 = water jets : สามารถป้องกันการฉีดน้ำได้ในทุกด้านของอุปกรณ์ (โดยอนุญาติให้น้ำเข้าได้เล็กน้อย)
6 = powerful water : สามารถป้องกันการฉีดน้ำได้ (เช่นบนดาดฟ้าเรือ) (อนุญาติให้น้ำเข้าได้เล็กน้อย)
7 = immersion up to 1m : สามารถจุ่มน้ำได้ที่ความลึกตั้งแต่ 15 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร
8 = สามารถใช้งานใต้น้ำได้

ip-ratings-chart1

การเลือกซื้อ กล้องวงจรปิด

การเลือกซื้อ กล้องวงจรปิด

การเลือกซื้อกล้องวงจรปิด ควรจะต้องรู้จักชนิดของกล้องและการใช้งานก่อน จึงจะเลือกซื้อได้ถูกตรงกับความต้องการ ซึ่งจะมีหัวข้อหลักๆคือ

  • ชนิดของกล้องวงจรปิด
  • ความละเอียดของกล้องวงจรปิด
  • รูปทรงของตัวกล้อง
  • กล้องอินฟราเรด
  • มาตรฐานการป้องกัน IP Code (กันฝุ่น กันฝน)

ชนิดของกล้องวงจรปิด

  1.  กล้องอนาล็อค(Analog) จะเป็นกล้องจะส่งภาพที่ถ่ายเป็นสัญญาณภาพ(สามารถดูกับที่วีได้) ผ่านสายโคแอกเชียลไปยังเครื่องบันทึก แล้วเครื่องบันทึกจะทำการแปลงภาพเป็นดิจิติล(Digital) แล้วบันทึกลงฮาร์ดิส ซึ่งปัจจุบันราคาถูก
  2. กล้องดิจิตอล(Digital) หรือที่เราเข้าใจว่าเป็น IP Camera  ตัวกล้องจะส่งสัญญาณภาพที่เป็นดิจิตอล ผ่านสาย Lan ไปยังเครื่องบันทึกและบันทึกโดยไม่ต้องแปลงข้อมูล ราคาแพงทั้ง ตัวกล้องและตัวเครื่อง

คู่มือช่วยเลือก : กล้องอนาล็อค ยังคงเป็นมาตรฐานในปัจจุบัน ราคาถูก ทน มีให้เลือกเยอะ เหมาะกับโรงงาน บ้านเรือนหรืออื่นๆ ส่วนกล้อง IP ยังคงแพงอยู่ แต่ถ้าไม่ห่วงราคา คุณภาพดีกว่า เหมาะกับงานที่ต้องการความละเอียดสูงมากๆ

note : สถานที่ ที่ใช้กล้องวงจรปิดมากๆเช่น ธนาคารก็ยังคงใช้ระบบอนาล็อคอยู่

ความละเอียดของกล้องวงจรปิด

ถ้าเป็นกล้องอนาล็อคจะคิดเป็น TV Line  ความละเอียดก็จะถูกแบ่งออกตามภาพที่เห็นจากภาพต้นแบบ(รูปทางซ้ายสุด)

TVL

จะเห็นว่ากล้องที่ถ่ายแล้วผลที่ได้เท่ากับ 600TVL(รูปกลาง) เพราะเป็นจุดสุดท้ายที่เราแยกเส้นออกจากกันได้ ในส่วนรูปขว่าสุด จะแยกเส้นได้บริเวณจุด 500TVL

ส่วนกล้อง IP จะใช้วิธีคิดอีกแบบ จะคิดเป็น Pixel แทน เช่น ความละเอียดที่ 720P(1280×720 pixel) หรือเรียกอีกแบบว่า 0.9 พิกเซล (1280×720 = 921,600)  ถ้าสงสัยว่าพิกเซล(Pixel) คือ อะไร อ่านต่อ

ถ้าเราดูทั้งสองระบบพร้อมๆกันคงจะงง เปลี่ยนจาก TVL ไปเป็น Pixel

  • 480 TVL ประมาณ 510 x 492 pixel หรือ 0.25 MP
  • 600 TVL ประมาณ 768 x 494 pixel หรือ 0.38 MP
  • 650 TVL ประมาณ 811 x 508 pixel หรือ 0.41 MP
  • 700 TVL ประมาณ 976 x 582 pixel หรือ 0.57 MP

Reference : www.elinetechnology.com/definition/712502-tvl-tv-lines

คู่มือช่วยเลือก : ความละเอียดสูงราคาย่อมจะสูงตามไปด้วย แนะนำให้ใช้ความละเอียดอย่างต่ำที่ 600TVL หรือ ประมาณ 0.38MP ในระบบดิจิตอล

รูปทรงของตัวกล้อง

กล้องวงจรปิดส่วนใหญ่แบ่งเป็น กล้องโดม กับกล้องมาตรฐาน แล้วเราจะเลือกซื้อชนิดไหน?

กล้องโดม VS กล้องมาตรฐาน

กล้องโดม
กล้องมาตรฐาน
ลักษณะ KPC 133EW kpc 136
ข้อดี
  • สวยงาม กลมกลืน ไม่สะดุดตา
  • ไม่รู้สึกถึงเวลาถูกถ่าย
  • สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้
  • สะดุดตาเห็นได้ง่าย เพื่อป้องปราม
ข้อเสีย
  • คนที่ถูกถ่าย อาจรู้สึกไม่ดี
การใช้งาน
  • มักใช้ภายใน
  • มักใช้ภายนอก

คู่มือช่วยเลือก : ควรเลือกให้ตรงกับความต้องการ

กล้องอินฟราเรด(Infrared Camera)

daynight

  • กล้องธรรมดา ถ้าไม่ใช่ชนิดอินฟราเรด ถ้าจะใช้เวลากลางคืนต้องเปิดไฟไว้
  • กล้องอินฟราเรด เวลาที่ใช้กลางวันกับกลางคืน ตัวกล้องจะมีหลอดไฟ LED จะกระจายแสงอินฟราเรดออกไป กล้องอินฟราเรดสามารถถ่ายภาพได้โดยไม่ต้องเปิดไฟ โดยระยะทางที่บันทึกภาพได้จะขึ้นอยู่กับจำนวนหลอด LED

คู่มือช่วยเลือก : ควรใช้ชนิดที่เป็นอินฟราเรด ไม่เช่นนั้นจะไม่มีภาพในเวลากลางคืนหรืออาจจะต้องเปิดไฟทิ้งไว้ตลอดเวลา

 มาตรฐานการป้องกัน IP Code (กันฝุ่น กันฝน) อ่านต่อ

 

ทำไมต้องเรา (Easy Guard)

ทำไมต้องเรา (Easy Guard)
สินค้า

เราเลือกสรรสินค้าที่มีคุณภาพในทุกๆจุด เช่น

    • เราออกแบบระบบกล้องวงจรปิดอย่างดีในทุกส่วน
    • เครื่องบันทึก(DVR) และกล้องวงจรปิดเราใช้ รุ่นที่มีคุณภาพ ทันสมัย
    • สายสัญญาณเราใช้อย่างดี shield 95% ทำให้ภาพชัด สัญญาณรบกวนต่ำ
    • เราออกแบบการติดตั้งโดยใช้สายไฟเลี้ยงกล้องวิ่งไปกับสายสัญญาณเลย ซึ่งจะช่วยลดการติดตั้งเต้ารับสำหรับตัวกล้อง
    • เราใช้ Dynamic DNS ของ Dyndns ซึ่งมีเสถียรภาพสูง
    • ขายสินค้าของแท้ 100%
    • ใช้ฮาร์ดดิสสำหรับกล้องวงจรปิดโดยเฉพาะ จึงทำให้ทนทาน
    • ราคาถูก “เราอยู่ได้ คุณมีความสุข”
ด้านบริการ
  • คุยง่าย ไม่ปิดร้านหนี
  • งานเรียบร้อย แข็งแรง
  • เราเป็นผู้ให้บริการด้านไฟฟ้าอยู่ที่ Easy UP Power System 
  • เราพร้อมให้ข้อมูล และตอบข้อสงสัย

 

logo shop easyup on web

ทำไมต้อง AVTECH?

ทำไมต้องใช้กล้องวงจรปิดยี่ห้อ AVTECH

มาตราฐานระดับโลก ที่คนทั่วโลกยอมรับทั้งทางด้านคุณภาพ อีกทั้งกล้องวงจรปิด AVTECH เป็นบริษัที่ใหญ่ มีบริษัทแม่อยู่ที่ไต้หวันและมีตัวแทนจำหน่ายอยู่ทั่วโลก

ราคาที่คุ้มค่า กับความทนทานที่คนในวงการยอมรับและเลือกใช้เป็นอันดับต้นๆ

ทำไมต้องใช้ Dyndns?

DynDNS  ย่อมาจาก Dynamic DNS

เป็นบริการบนอินเตอร์เน็ต ที่เปลี่ยนการอ้างอิงแบบ IP Address เช่น 101.152.1.44 เป็นการอ้างอิงแบบชื่อ Hostname เช่น easyguard.dyndns.org

โดยปรกติแล้ว IP Address(บ้านเลขที่) ของคุณเวลาที่ต่ออินเตอร์เน็ตจะเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา “มันก็จะไม่มีใครรู้ว่าคุณอยู่ที่ไหน” บริการ Dynamic DNS จะสร้าง Hostname (ชื่อบ้าน) แล้วจะจำ IP Address(บ้านเลขที่) อัตโนมัติ เวลาหาว่า”คุณอยู่ที่ไหน” เราก็มาถามที่ DynDNS ว่าบ้านชื่อนี้(Hostname) อยู่ที่ไหน DynDNS ก็จะเป็นตัวบอก IP Address(บ้านเลขที่) ให้คุณ

ประเด็นคือเครื่องบันทึก(DVR) อยู่ที่บ้านคุณ เราจึงจำเป็นที่จะต้องมีตัวบอกบ้านเลขที่(IP Address)ของเรา  ถึงจะเข้ามาดึงภาพได้